พฤหัส, พ.ย. 25, 2021
ยุคโควิด-19แบบนี้ธุรกิจขายของออนไลน์กำลังมาแรง

 อยากเริ่มธุรกิจเช็คข้อดี-ข้อเสียง่ายๆที่นี่

ในช่วงสถานการณ์โควิด-19แบบนี้แน่นอนเลยว่าการเปิดร้านหรือการขายของตามแฝงลอยคงต้องพับเก็บไว้ก่อนแต่จะให้อยู่ว่างๆไม่ทำอะไรเลยแบบนี้ก็ไม่ไหวเพราะการดำรงชีวิตอยู่ในแต่ละวันมันก็มีค่าใช้จ่ายมากมายค่าบ้าน ค่ารถ ค่ากิน และอื่นๆอีกมากมายเพราะฉะนั้นเราก็ต้องพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาสได้ยินมาว่ามีอยู่หนึ่งธุรกิจที่สามารถทำได้ในช่วงยุคโควิด-19เช่นนี้แต่จะเป็นธุรกิจอย่างไรนั้นก็ต้องเข้ามาติดตาม

ธุรกิจขายของออนไลน์คืออะไร

ธุรกิจออนไลน์คือ การขายของผ่านช่องทางออนไลน์ที่หาได้ตามเว็บไซต์ที่ไม่ต้องลงทุนหรือลงแรงอะไรมากทำให้ธุรกิจขายของออนไลน์ในปัจจุบันนี้ก้าวหน้าไปมาก อีกเรื่องหนึ่งที่ทุกคนต้องรู้เลยคือปัจจุบันนี้การทำธุรกิจออนไลน์ไม่ได้เป็นแค่เทรนหรือคนฮิตกันตามกระแสแต่สามารถนำไปประกอบอาชีพทำให้เป็นอาชีพที่มั่นคงเลี้ยงตัวเองและครอบครัวได้เลยซึ่งการที่จะทำให้มันประสบความสำเร็จขึ้นมาได้เราก็ต้องเรียนรู้ วิธีการและขั้นตอนของการสร้างธุรกิจออนไลน์ก่อนจะมีวิธีการอย่างไรเรามาดูกันเลยธุรกิจขายของออนไลน์ photo

เรื่องน่ารู้เบื้องต้นของการเป็นแม่ค้าพ่อค้าออนไลน์

ในเมื่อมั่นใจแล้วว่าจะหันมาทำธุรกิจในด้านนี้ดังนั้นการเริ่มต้นธุรกิจออนไลน์สิ่งที่ทุกคนควรรู้และทำความเข้าใจมีดังต่อไปนี้มาเริ่มกันเลย!

เลือกสินค้าที่จะขายและวางแผนเรื่องเงินทุน

การหาสินค้ามาขายเป็นการเริ่มต้นธุรกิจคือทุกคนต้องรู้ก่อนว่าตัวเราอยากจะขายอะไร เมื่อรู้แล้วต่อไปก็คือการตรวจเช็คลูกค้ากลุ่มเป้าหมายบวกกับแหล่งสินค้าที่จะนำมาขายออนไลน์ โดยสินค้าเราสามารถหาได้หลากหลายแหล่งแต่ละแหล่งก็จะมีราคาและคุณภาพที่แตกต่างกันไปดังนั้นเราต้องตรวจเช็คอย่างละเอียดอ่อน การลงพื้นที่ไปดูสินค้าด้วยตัวเองเป็นตัวเลือกที่ชัดเจนและดีที่สุด

เงินทุน เมื่อเรามั่นใจแล้วว่าจะขายอะไรต่อไปเราก็ต้องมาดูงบประมาณหรือเงินที่เราจะนำมาใช้ในการลงทุนหรือการเริ่มต้นธุรกิจออนไลน์ของเรานั้นเอง เงินทุนเป็นสิ่งแรกที่ต้องวางแผนงบการขายสินค้า เพราะจะเป็นตัวกำหนดให้เราใช้เงินลงทุนในงบที่กำหนด ป้องกันการใช้งบบานปลายธุรกิจขายของออนไลน์ photo

เลือกช่องทางการขายให้เหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมาย

ช่องทางการขายสินค้าออนไลน์มีหลากหลาย เช่น ขายบน เว็บไซต์ ที่เปิดใหม่ขึ้นเอง ซึ่งแม้จะต้องลงทุนเพื่อทำเว็บไซต์ของตัวเอง แต่ก็มีข้อดี คือ สามารถบริหารจัดการหน้าร้าน การแสดงผล รวมถึงฟังก์ชั่นที่ต้องการได้ตามที่ต้องการ

นอกจากนี้ยังสามารถขายผ่านแพลตฟอร์มยอดนิยมอย่าง e-Marketplace เช่น Shopee, Lazada ก็สะดวกง่ายดาย หรือจะขายผ่าน Social Commerce อาทิ Facebook, IG, Line ที่เดี๋ยวนี้เพิ่มฟีเจอร์ใหม่ให้สามารถค้าขายบนแพลตฟอร์มเหล่านี้ได้และเริ่มเป็นที่นิยมมากขึ้น

ทำการตลาดบนโลกโซเชียล

การทำตลาดบนโลกโซเชียลคือการนำร่อองที่จะทำให้ลูกค้ากลุ่มเป้าหมายรู้จักสิ่งที่เราจะขายได้ดีที่สุด แม่ค้ามือใหม่ต้องให้ความสำคัญกับ “การตลาดออนไลน์” หรือการโปรโมทร้านค้าผ่านโซเชียลมีเดียต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น Facebook, TikTok, Twitter, Instagram, Line หรือ YouTube เพื่อช่วยเพิ่มช่องทางการขายและการตลาด

โดยการทำการตลาดบนโซเชียลในยุคนี้ แพลตฟอร์มยอดนิยมคงหนีไม่พ้น “TikTok” ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มวิดีโอสั้นที่กำลังมาแรงที่สุด ไม่เพียงสามารถเข้าถึงผู้บริโภคได้หลากหลาย แต่ยังเป็นเครื่องมือที่ทรงพลังสำหรับการทำดิจิทัลมาร์เก็ตติ้ง

บริหารจัดการเรื่องของเวลาให้ดี

ก่อนจะเริ่มขายออนไลน์จริง ควรเตรียมการและซักซ้อมเรื่องการบริหาร “เวลา” ให้ดี เนื่องจากการขายออนไลน์จะมีการซื้อ-ขายกันตลอด 24 ชั่วโมง ผู้ค้าต้องตั้งรับจุดนี้ให้ได้ เพื่อไม่ให้การค้ามาทำลายสมดุลชีวิตจนร่างกายพัง

ผู้ค้าออนไลน์ยังสามารถใช้เทคโนโลยี “แชทบอท” (Chatbot) ซึ่งเป็นโปรแกรมสื่อสารข้อความอัตโนมัติใน แจ้งข้อมูลเบื้องต้น เช่น ราคาและรายละเอียดสินค้า ซึ่งวิธีนี้นอกจากจะให้ข้อมูลเบื้องต้นแก่ลูกค้าโดยไม่ต้องมาคอยเฝ้าแชทแล้ว ยังช่วยให้ลูกค้ารู้สึกได้รับการตอบสนอง ไม่ถูกทิ้งขว้างจนกลายเป็นหันไปหาร้านอื่นแทน

บอกเลยว่าการทำธุรกิจขายของออนไลน์มันไม่ใช่เรื่องที่ง่ายเลยแต่เราเชื่อว่าถ้าทุกคนศึกษาข้อมูลมามมากพอและปฏิบัติตามทุกขั้นตอนผลมันจะต้องออกมาดีอย่างแน่นอน

ช่องทางการชำระเงิน

ผู้ค้าควรจัดเตรียมช่องทางการชำระเงินให้มีความหลากหลาย เพื่อความสะดวกแก่ลูกค้าเวลาชำระเงิน ไม่ว่าจะเป็นการเก็บเงินปลายทาง, การโอนจ่ายเงินผ่าน e-Banking, การจ่ายผ่านบัตรเครดิต/เดบิต, จ่ายผ่านเคาน์เตอร์เซอร์วิส, จ่ายผ่านบัญชีออนไลน์อื่น ๆ (PayPal, Rabbit LINE pay, mPay) รวมถึงควรระบุค่าธรรมเนียมในการจัดส่งให้ชัดเจนด้วย

ศึกษาเรื่องของการจ่ายภาษีให้ดี

รู้หรือไม่? อาชีพ “ขายของออนไลน์” พ่อค้าแม่ค้าก็ต้อง “ยื่นภาษี” เช่นกัน ไม่ว่าคุณจะเป็นผู้ค้าออนไลน์ที่มีรายได้ทางเดียวจากการขายของออนไลน์ หรือจะเป็นมนุษย์เงินเดือนที่ขายของออนไลน์ควบคู่ไปด้วย ต่างก็ต้องยื่นภาษี 2 แบบ คือ ภ.ง.ด. 94 และ ภ.ง.ด. 90 โดยจะต้องยื่นภาษีตามที่กรมสรรพากรกำหนด ดังนี้

รอบแรก : ยื่นภาษีครึ่งปี ช่วง ก.ค. – ก.ย. ของทุกปี

รอบที่ 2 : ยื่นภาษีปลายปี ช่วง ม.ค. – มี.ค. ของทุกปี

เรื่องนี้เป็นเรื่องที่สำคัญมากควรที่จะศึกษารายละเอียดให้ดีเพราะถ้าอยากทำอาชีพนี้แบบจริงจังเรื่องการจ่ายภาษีก็ต้องจัดการทำให้ถูกต้อง

อย่าคิดว่าการทำธุรกิจขายของออนไลน์เป็นเรื่องง่ายๆเพราะดูจากข้อมูลที่เราได้นำเสนอไปทั้งหมดแล้วการที่จะประกอบธุรกิจขายของออนไลน์ให้ประสบความสำเร็จต้องใช้เวลาในการทำความเข้าใจหลายๆอย่างเพราะฉะนั้นสำหรับใครที่อยากจะเอาดีทางด้านนี้จริงๆจำเป็นที่จะต้องมีความขยัน อดทน ลองผิดลองถูกให้มากๆ

แหล่งที่มาของข้อมูลทั้งหมด https://postfamily.thailandpost.com/

0 Comments

Leave a Comment

FOLLOW US

GOOGLE PLUS

PINTEREST

FLICKR

INSTAGRAM

Advertisement

img advertisement

Social

Advertisement

img advertisement